2006/Aug/28

กายวิภาค หนึ่งในภาควิชาของคณะสัตวแพทย์ครับ เราเรียนเกี่ยวกับองค์ประกอบของร่างกายสัตว์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์เศรษฐกิจ มองเห็น หรือว่ามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า... ใช้กล้องจุลทรรศน์ศึกษาดูไงครับ ซึ่งเป็นวิชา จุลกายวิภาค ศึกษาร่างกาย การทำงานในระดับเซลล์ของอวัยวะส่วนต่างๆแทน..

กายวิภาค มีทั้งเรียนที่เป็นภาคทฤษฎี กับฝึกปฏิบัติ(แล็ป) ทฤษฏี ต้องท่องล้วนๆเลยครับ อย่างขาหน้าประกอบด้วยกล้ามเนื้อชื่ออะไรบ้าง มีเส้นเลือดมาเลี้ยงกี่เส้น เส้นประสาทกี่เส้น เวลาเดิน ทุกส่วนจะทำงานกันอย่างไร กล้ามเนื้อมัดไหนหด มัดไหนยืด...

เป็นอย่างไรครับ ฟังดูน่าเบื่อไหม 5 5 5 ผมเองยังเบื่อเลยครับ(อย่าเอาไปบอกอาจารย์นะครับ เรารู้กันในที่นี้ก็พอ)

ส่วนในชั่วโมงแล็ป นำเอาที่เรานั่งท่องมานั่นแหละ มาเทียบกับของจริง สเปซิเมน(ร่างตัวอย่างที่แช่ฟอร์มาลีนกันเน่า) ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่งมันไม่ง่ายๆอย่างที่หลายคนคิดเลย

ผมยกตัวอย่างให้ดู เส้นเลือดในขาหน้าของสุนัขพันธุ์ดัชชุน ที่ขาเล็กๆ เทียบกับสุนัข พันธุ์เกรทเดน ตัวเท่าลูกควายสิครับ เส้นเลือดชื่อเดียวกันแท้ๆ แต่แทบจะอยู่คนละตำแหน่งกัน

แต่การทำแล็ปก็ไม่ได้แย่เสมอไปนะ อย่างน้อยวันที่มีชั่วโมงแล็ป ก็ทำให้เรากลับบ้านได้อย่างสะดวกสบาย เดินไปไหนนี่ประชาชนแตกฮือเป็นทางครับ ขึ้นรถเมล์ก็มีแต่คนหลีกทางให้

เพราะเมื่อกลิ่นฟอร์มาลีน บวกกับกลิ่นสเปซิเมน มันคือ มหันตภัย ชัดๆ

นิสิตวิศวะต้องใส่เสื้อช็อป นิสิตสถาปัตต้องถือโรลเขียนแบบ เช่นนี้ถึงจะมองออกว่าใครเรียนอะไรอยู่คณะไหน แต่ถ้าคุณไปเดินแถวสยามเดินผ่านกับกลิ่นฉุนๆเค็มๆลอยมาล่ะครับ นั่นล่ะ เด็กสัตวแพทย์

ไอระเหยของฟอร์มาลีน เมื่อทำแล็ปใหม่ๆจะแสบตามากครับ สักพักถึงจะปรับตัวได้ หลายคนน้ำหูน้ำตาไหลกันทีเดียว

มีเพื่อนตัวไหนไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว มาบอกผมด้วยความเป็นห่วง ว่าตัวไอระเหยฟอร์มาลีน มันทำให้หนังศรีษะแพ้ เส้นผมร่วงกราวเอาได้ โดยยกตัวอย่างรุ่นพี่ที่บอกลาเส้นผม ไปก่อนหน้านี้ประกอบ...ล้านเลี่ยนเตียนโล่ง จนน่าขนลุกเลยครับ

เรามันก็ดันใสซื่อ เชื่อไปกะเขาด้วย วันทำแล็ปตื่นแต่เช้าเลยครับ จัดแจงเอาเบบี้ออย ชะโลมทาหัวซะให้แล่ม...

อาจารย์ยังทัก "เหม่...นึกว่า เจม ดีนส์ มาเอง"

ปรากฏว่าไอ้ตัวต้นข่าว และสหายทั้งห้อง ไม่เห็นมีใครทำบ้างเลย ยังเสือกยิ้มกรุ้มกริ่ม คิกคักให้อีก

"สาดด....แม่งหลอกกูอีกละ"
......................................................................

ในชั่วโมงแรกๆ ของปฏิบัติ แต่ละคนแต่งองค์ทรงเครื่องกันเหลือแหล่ นอกจากเครื่องแบบบังคับที่ต้องใส่ชุดกาวด์ปฏิบัติการแล้ว บรรดาคุณผู้หญิงทั้งหลายยังฟูลออปชั่นเพิ่มขึ้นไปอีก

ทั้งใส่ถุงมือ สวมหมวก ใส่หน้ากาก สวมแว่นนิรภัยกันสารเคมีอีก แหม...มองไกลๆ ใจเสียครับ นึกว่า ห่าลง...กองควบคุมโรคระบาดต้องมาเอง

แต่ทนกันไม่ได้นานหรอกครับ ยิ่งช่วงใกล้สอบ โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่อาจารย์ให้เรามาทบทวนแล็ปแล้วล่ะก็ แทบจะให้มือเปล่าจับ สเปซิเมนกันเชียว

บางรายเกิด 'ติสแดกขึ้นมา(เหตุจากตอนว่างๆไม่ขยัน เสือกมาตะบี้ตะบันกันใกล้สอบ)ไม่ลงไปพัก ไปกินข้าว มือซ้ายทำแล็ป ตาดูหนังสือ มือขวากล้วยแขกยัดปากไปด้วย โอว...น่าเลื่อมใสเป็นยิ่งนัก

ความจริงอาจารย์ห้ามเอาของกินขึ้นมาทานในห้องนะครับ เนื่องจากห้องแล็ปมันสะอาดซะเมื่อไหร่กันเล่า มีแต่เชื้อโรคทั้งนั้น

เผอิญผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน ที่ 'ติสแดก(อ่านหนังสือ ทำแล็ปไม่ทันล่ะบอกตรงๆ)ไม่อยากเสียเวลาลงไปพัก เห็นเค้ากิน ก็ร่วมกันกับเค้าด้วย ทำแล็ปไปกินไปดีกว่า...

มือซ้าย ถือฟอร์เซป คีบกล้ามเนื้อ...ตามองหนังสือ...มือขวา หยิบ กล้วยแขกเข้าปาก

มือซ้าย ถือฟอร์เซป คีบเส้นเลือด...ตามองหนังสือ...มือขวา หยิบ กล้วยแขกเข้าปาก

มือซ้าย ถือฟอร์เซป คีบเส้นประสาท...ตามองหนังสือ...มือขวา หยิบ กล้วยแขกเข้าปาก

"เฮ้ หมอ...แล็ปเสร็จแล้วไปกิน KFC ต่อนะ" เพื่อนโต๊ะข้างๆ ตะโกนชวน

"เออๆ...กูรู้แล้ว อีกแป๊ปนึง จวนเสร็จแล้ว" นี่ล่ะครับ พวกมันชอบทำให้เสียสมาธิเป็นประจำ

มือขวา หยิบ กล้ามเนื้อ...ตามองหนังสือ...มือซ้ายถือ ฟอร์เซป คีบกล้วยแขกเข้าปาก ......

...

...

...

"...เฮ้ย ฉิบหาย!!! นี่มันฟอร์เซปที่คีบ สเปซิเมน นี่หว่า!!!"

วันถัดมานั้น นิสิตตัวผมเอง ....ขี้ไหล เป็นสายธารครับ ไส้แทบหลุดติดออกมาด้วย ยังดีนะครับที่เหลือชีวิตไปสอบได้อ่ะ

อย่างที่อาจารย์เตือนล่ะครับ ห้องแล็ปมันมีแต่เชื้อโรค ขนาด สเปซิเมน ที่แช่ฟอร์มาลีน ยังมีราขึ้นซะเขียวครึ้มเชียว

หนุ่มน้อยหน้ามน อย่างผมจะเหลืออะไร


.....................................................................

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "คุณครูเตือนอะไร ก็หัดเชื่อฟังซะมั่งนะคร้าบ"
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
555555555++
ไม่นึกว่าเด็กสัตวแพทยืจาฮาได้ขนาดนี้
ว่าแล้วต้องคีบผิแหง๋ๆ
เปนไงล่ะรสชาติเหมือนก่ากล้วยแขกป่ะ
น่าฉงฉานเจงๆ
#2  by  hÌþÞØ g® ïÞ At 2006-08-28 14:03, 
ขำอ่ะ เห็นภาพเพราะเคยเปงเหมือนกันค่ะ
#3  by  บีบี (125.26.50.227) At 2007-08-27 23:47, 

<< Home