
กีฬารักบี้เป็นกีฬาประจำคณะสัตวแพทย์มา นมนูน เอ๊ย ...นมนาน ตั้งแต่สมัย.....โอว นานจนจำไม่ได้แล้วครับ อย่างน้อยก็สามสิบสี่สิบปีขึ้นไปนั่นล่ะ
รักบี้ กีฬาที่คนไทยรู้จักน้อยมาก เมื่อเทียบกับกีฬาประเภทอื่นๆเช่นฟุตบอล เทนนิสหรือบาสเกตบอล เพราะสายตาคนภายนอกทั่วไปที่ยังไม่ได้มาลองสัมผัส คงเห็นว่ามันเป็นกีฬาที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ที่จริงแล้ว แม้แต่ผู้หญิงก็ยังเล่นกันเลยนะครับ
ผมเองเพิ่งจะมารู้จัก รักบี้ ก็ตอนที่ได้มาเป็นน้องใหม่คณะนี้ล่ะครับ เห็นซ้อมกันเป็นวรรคเป็นเวร ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ เฟรชชี่ ตลอดไปจนบรรดารุ่นพี่ทั้งหลาย เพราะทุกปีการศึกษา ต้องมีแข่งกับสหายศึกตลอดกาล อย่างคณะสถาปัตย์กรรม และวิศวกรรมศาสตร์ ณ สังเวียนอันศักดิ์สิทธิ์ สนามหญ้าหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล
ไหนๆก็พูดถึงรักบี้แล้ว หลายท่านที่ไม่เคยชมอาจไม่ทราบกติกา งั้นผมเล่าให้ฟังก่อนละกัน
กติกาอย่างพื้นฐานที่สุดของรักบี้
1.ต้องส่งลูกไปด้านหลังเท่านั้น ส่งให้เพื่อนๆที่วิ่งตามกันมาเรื่อยๆ เมื่อไปสุดส้นหลังของฝ่ายตรงข้ามหรือเส้นไทร์ เราก็จะได้แต้ม
2.ห้ามทำลูกรักบี้หล่นจากมือตกลงพื้น เค้าจะเรียกว่า knock on ต้องเข้าสกรัม เพื่อแย่งลูกมาเล่นกันใหม่ น้อยครั้งไม่เท่าไร แต่บ่อยๆอาจโดนด่าพ่อล่อแม่จากเพื่อนร่วมทีมเอาได้ เนื่องจากต้องเข้าสกรัมกันหลายครั้ง(มันบอกว่าเหนื่อยจะตายห่า)
3.ต้องหยุดยั้งผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ผู้ถือลูกวิ่งฝ่าเข้ามาในฝ่ายเราเพื่อที่จะวางไทร์เช่นกัน การจะหยุดนั้น จะใช้วิธีรวบลำตัว และขาจะดีที่สุด อาจดึงเสื้อเอาก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้ดึงกางเกง(เดี๋ยวเจ้วโผล่)
ความจริงกติกามีหลายอย่างครับ...แต่ขอเกริ่นไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน แนะนำให้ลองดูการแข่งรักบี้บ่อยๆนะครับ จะเข้าใจได้ดี หรือไม่ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะสัตวแพทย์เลยครับ จะได้มาเล่นร่วมกันอย่างเต็มที่...(แฮ่ แอบโฆษณา)

รูปสกรัม
ตำแหน่งผู้นำในการเข้าสกรัมหรือ ตัวชน(Pop) นั้นสำคัญมาก เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดัน สกรัม ของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เพื่อที่เราจะได้เปรียบในการครอบครองลูกรักบี้ ฉะนั้นใครที่จะเล่นตำแหน่งนี้ได้นั้น ต้องอึด โหด โฉด ถึก ดั่งเช่น โช บุตรกระบือ ที่เคยกล่าวถึงในตอนที่แล้ว

ตำแหน่งpop หมายเลข 1และ3
ตำแหน่ง pop ในทีมจะมีสองคน ในเมื่อหนึ่งในนั้นเป็น โช แล้ว อีกหนึ่งซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก เอก
แก่ ไอ้แก่ เลาะห์ เอก ฯลฯ คือสรรพนามที่เรียกชายผู้หนึ่ง ซึ่งเรียกกันมั่วซั่วซะจน เพื่อนเกือบทั้งชั้นปี ลืมไปว่าชื่อเล่นจริงๆมันชื่ออะไร รูปร่างมันท้วมปานกลาง ผิวสีทองแดง หน้าตาโหดเหี้ยม คมเข้ม เส้นผมเริ่มหลอมแหลมร่วงโรย(คาดว่าโตขึ้นหัวมันคงเหมือนบาร์โค้ดว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ)
ที่เรียก แก่ เพราะแม่งโคตรขี้บ่น แถมยังปากหมา มันบ่นได้ทั้งวี่ทั้งวันตะบันยันราบ เหมือนชายวัยทอง เซ็กซ์เสื่อม หมดฮอร์โมนมาหล่อเลี้ยง จึงหงุดหงิดงุ่นง่านได้ตลอดเวลา
ส่วนเรียก เลาะห์ เพราะอะไร ผมเอง ยังสะสางได้ไม่ชัดเจนมาจนทุกวันนี้ จะว่ามีเชื้อแขกก็ไม่น่าใช่ หน้าตามันกระเดียดออกทางเขมรหน่อยๆเสียด้วยซ้ำ
มองคน อย่ามองที่ภายนอก อย่างน้อย แก่ ก็ใจดีกับเพื่อนฝูงมากจะให้ช่วย อะไรบอกมาเลยไม่เคยขาดตกบกพร่อง
ครั้งหนึ่งในการซ้อม รักบี้ ที่สนามหน้าพระบรมรูปสองรัชกาล เพื่อจะเตรียมทีมสำหรับแข่งขันรักบี้ชั้นปี ทั้งหกชั้นปีของสัตวแพทย์ จะส่งทีมมาแข่งขันกัน ว่าชั้นปีไหนจะเป็นสุดยอดของคณะ
ขณะที่ลูกหนำเลี๊ยบอยู่ในมือ ผมพยายามห้อตะบึงอย่างสุดฝีเท้า เพื่อหลีกผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคนแล้วคนเล่า ขณะที่จะผ่านสุดท้ายได้ มีเงาใครสักคนโผล่พรวดขึ้นมา รวบที่ขาเข้าอย่างรุนแรง
เหมือนได้ยินเสียง ก๊อกตรงตำแหน่งหน้าแข้ง ผมเองทรุดฮวบลง ผลจากการแท็คทำให้กระดูกขาขวา เกิดการร้าวขึ้นมาทันที จะถึงกับขาหักด้วยรึเปล่า..ผมยัง นึกกลัวอยู่ในใจ
เฮ้ย...เป็นอะไรรึเปล่า เอก อุตส่าห์วิ่งมาถามด้วยความเป็นห่วง ลุกไหวรึเปล่า...กลับคณะก่อนแล้วกัน
เอก แบกผมขึ้นหลัง เดินออกมา มุ่งหน้ากลับคณะ
ชิ้ง!...ไม่นึกว่าภายใต้ใบหน้าอันชั่วร้าย เพื่อนผมกลับเป็นคนดีขนาดนี้
...ยามย่ำสายัณห์ ภายใต้แสงสีทองผ่องอำพัน ดวงตะวันจวนกลับ ลับขอบฟ้า
...เงาของทั้งคู่ทอดยาวหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
... ชายหนุ่มทั้งสอง กอดคอ ขี่หลังกันอย่างแนบแน่น เนิ่นนาน
....บรรยากาศมันดูเหมือนการ์ตูน ชายรักชายยังไงไม่รู้แฮะ

ขอบใจจริงๆเลยว่ะ ไม่คิดเลย ว่ามึงจะเป็นคนมีน้ำใจอย่างนี้
ผมซึ้งกับคำว่าเพื่อนเป็นอย่างยิ่ง วงแขนผมกระชับรอบคอมันแน่น
...ในวันนี้ แผ่นหลังของ เอก ดูกว้างและอบอุ่นเป็นพิเศษ
เอก หันหน้ามา เอ่ยขึ้นอย่างเรียบๆ
ไอ้ห่า...อย่าเสือกมามีอารมณ์บนหลังกูนะ ขอบอกก่อน...กูไม่ใช่เกย์
!!!!

ผมบอกแล้วงัยครับ ว่ามันปากหมา...เชื่อแล้วอ๊ะยัง
........................................................................
ปล.เรื่องราวตอนนี้ไม่ใช่นิยายรัก ชาวสีม่วงนะ อย่าเข้าใจผิด

edit @ 2006/09/02 17:11:47