2006/Sep/23

\
(รูป และข้อความในรูป เอามาจากเนตนะครับ หาเจ้าของไม่ได้เหมือนกัน)



หลังจากเรียนจบชั้นปีที่สองไปได้ด้วยความทุลักทุเล ช่วงเวลา สามเดือนของการปิดเทอมภาคฤดูร้อนนั้น มันช่างเป็นอะไรที่ใฝ่ฝันหาอย่างยิ่ง สามเดือนที่ไม่มีเรียน มันมากพอสำหรับการออกตระเวณท่องเที่ยว(ถ้าไม่ต้องลงซัมเมอร์) หรืออยากลงเรียนวิชาเสริมอะไรก็ได้ ตามแต่ความสนใจ เช่น วิชาการเต้นเข้าจังหวะ ลีลาศ ว่ายน้ำ ตี penis...เอ๊ย!!! ตี tennis

วิชาเลือกอิสระ ของคณะสัตวแพทย์นั้น มีวิชาพิเศษอันน่าจะเป็นที่อิจฉาของนิสิตต่างคณะอยู่ โฮะๆ....เราได้เรียน ขี่ม้า ครับ ปกติการเรียน ขี่ม้า ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูงทีเดียวครับ แต่ก็นับว่าเป็นโชคดี ที่ทางคณะส่งเสริมให้ ขี่ม้า เป็นวิชาเลือกของพวกเรา เพื่อนๆหายคนจึงให้ความสนใจลงเรียนกันล้นหลามเกือบยกชั้นปีทีเดียว

ทั้งที่เรียนก็ใช่ว่าจะได้ใช้นะครับ ไปคณะก็นั่งรถเมล์ไปเรียน จบแล้วก็ไม่เห็นรุ่นพี่คนไหนขี่ม้าไปรักษาสัตว์ ฉีดวัคซีน ตามบ้านซักราย แต่อะไรเล่ามาดึงดูดให้ทุกคนสนใจกัน...

อย่าง ยศ ดาวหื่นน้อย เป็นต้น ด้วยความสนใจหนังจีน หรือพงศาวดารต่างๆ อาจตั้งแต่ที่มันได้สัมผัสกับ เรื่อง สามก๊ก ตอน "จูล่งฝ่าทัพ รับอาเต๊า" จูล่งขุนพลทแกล้วกล้าสามารถ ควงหอก ห้ออาชา ฟันฝ่าเข้าไปช่วยทายาทของเจ้านาย แต่ก็อาจจะต่างกับ ยศ ตรงที่ จูลงนั้นถือหอก ส่วน ยศ นั้นเล่า ถ้ามือซ้ายเป็นเทปผี มือขวาก็ซีดีโป๊ ล่ะครับ

ม้าเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน อ่านความรู้สึกคนได้เก่งมากๆ ครูสอนขี่ม้าเคยสอนเอาไว้ ถ้าเวลาเข้าหาม้า ต้อง มั่นใจ ไม่กลัว ม้ามันอ่านใจคนออกนะครับ ที่สำคัญ ห้ามเข้าม้าทางด้านหลัง เป็นอันขาด

ที่ห้ามเข้าด้านหลัง ไม่ใช่เพราะว่ามันกลัวโดนเก็บสบู่ เหมือนในซาวด์น่าหลายแห่ง แต่ม้าเป็นสัตว์ขี้ตกใจง่าย ถ้าคุณเดินดุ่ยๆไปด้านหลัง ลองจับก้นมันเข้าล่ะก็ ....โดนถีบเข้าให้สิครับ แม้ถีบเบาๆเถอะ เล่นเอาพวกเราหลายคนเนื้อตัวเขียวเป็นจ้ำกันมานักต่อนักแล้ว ถ้าคุณผู้ชายโดนเข้าเต็มเป้าล่ะก็...บอกลาหนอนน้อยกันได้เลยครับ

บทเรียนเริ่มแรกของการขี่ม้า ต้องเริ่มทำความคุ้นเคยกับมันก่อนวันแรกๆ ต้องลองจูงเดิน หาอะไรมาป้อน แอปเปิ้ล แครอทก็ว่ากันไป ม้าบางตัวชอบทานน้ำตาลด้วยนะครับ ก็น้ำตาลก้อนเหลี่ยมๆที่เอาไว้ชงกับกาแฟนั่นแหละ ตัวไหนได้ให้ชิมล่ะก็ เป็นรักเป็นหลงหัวปักหัวปำทุกรายไป

วันถัดมาก็ค่อยๆ ทำความสนิทชิดเชื้อกันยิ่งขึ้น หมั่นโทรไปหาทุกวัน ส่ง SMS เช้าเย็น แต่ก็ยังไม่ถึงขึ้นจับมือถือแขนกันนะครับ...เพราะเธอเองก็หวงตัวน่าดู ไม่ใช่!!!นั่นมันผู้หญิงแล้ว

วันที่เราได้เหยียบบังโกลน เหวี่ยงตัวขึ้นไปนั่งบนอาน....โอ๊ย เท่โคตร!!! นึกแล้ว ยังกระหยิ่มยิ้มย่องใจอยู่ในใจครับ ยังกะคาวบอยมาเอง แต่ลองได้ควบม้าเดิน ...กะล่อก ...กะล่อก เท่านั้นล่ะครับ เมื่อกลับไปถึงบ้าน ต้องร้องโอดโอยกันเกือบทุกรายไป ส่องกระจกดูแต่ละคน ตูดแตก แดงเป็นริ้วตามๆกัน อานม้ามันแข็งใช่ย่อยซะเมื่อไร ฉะนั้นถ้าทุกท่านเห็นนิสิตเดินแอ่นๆ เหมือนขมิบก้น ขี้ไม่สุด เอาไว้ นั่นล่ะครับ เรียนขี่ม้ามาทั้งนั้น

แต่ก็แปลก แลดู นงคราญ หลายนางในชั้นปีเดินตัวปลิว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อุตส่าห์ไปซักเอาคำเฉลย เพื่อยืนยันในข้อสันนิษฐานของผม แต่เอ่ยปากถามทีรัย โดนถีบยันกลับมาทุกที

ฮึ...คนอะไร ไม่มีน้ำใจกับเพื่อน กับฝูงซะบ้าง ผมแค่ถามว่า เธอๆ...เค้าว่าคนขี่ม้า นี่ถ้าตูดใหญ่จะได้เปรียบจริงรึเปล่าอ่ะ? เท่านั้นเอง

แต่เมื่อมีปัญหามา ภูมิปัญญาชาวบ้านย่อมก่อเกิด ไอ้อ้อย(ชื่อผู้ชายนะครับ) อุตส่าห์ คิดหาหนทางแก้ลำได้ โดยการซื้อผ้าอนามัยแบบหนานุ่ม(มันไม่บอกว่าเพิ่มขอบชีสด้วยรึเปล่า) สองอันมาโปะไว้แก้มก้นซ้ายขวาตามลำดับ มันบอกว่าให้ลองดู รองรับแรงกระแทกชะงัดนัก พอถูไถได้เหมือนกัน

(เหยียบกันให้แซ่ด ว่าความจริงแล้ว มันกลัวหัวริดสีดวงระยะสุดท้ายแตก เลือดสาดกระจายซะมากกว่า...ฮั่นแน่! ทำเป็นมั่วนิ่มนะมึง)

การขี่ม้านั้น ถ้ามีสิ่งอะไรมากระตุ้น ให้มันตกใจมาก เหตุการณ์ม้าตื่นตระหนก วิ่งเตลิด อาจเกิดได้บ้าง ถ้าม้าตื่นจนแทบไม่อยู่ในการควบคุมของเรา วิ่งไปไม่รู้ทิศทาง สิ่งที่ควรจำให้ได้อย่างม่นยำก็คือ ห้ามปล่อยบังเหียนเด็ดขาด เอาขาหนีบตัวม้าให้แน่น ถ้าหยุดไม่ได้ก็อย่างน้อยก็ให้วิ่งเข้าหา พุ่มไม้ หรือว่า สระน้ำ โอกาสบาดเจ็บของเราจะน้อยลง...ซึ่งคำสอนเหล่านี้ หงษ์ เข้าใจดี

หงษ์ สาวสวย ของรุ่น(ที่ควรอนุรักษ์เอาไว้) รูปร่างอันบอบบาง ผิวขาวราว สตรีในห้องหอ ไม่เคยต้องแสงแดด ใบหน้ารูปไข่ ช่างรับกับ ริมฝีปากสีแดงชาด และนัยตา เป็นประกาย ของดวงจันทร์กลมโต คืนเดือนเพ็ญ หยอกล้อ ทอประกาย กับสายน้ำ(อาจบรรยายเกินไปหน่อย แต่ไหนๆรับเงินมันมาแล้วก็ช่วยๆกัน)

เช้าตรู่วันนั้น หงษ์ ควบม้า เยื้อย่าง บนสนามหญ้าเขียวขจี สายลม แห่งชีวิต ความรัก และความอบอุ่นของเช้าวันใหม่ ลูบไล้ใบหน้า ...(ใจจริงมันคงอยากจะบอกว่า
สวยว่านี้ก็ บริทนี่ แล้วน้อง!!! )

บรึมๆ!! จู่ๆ เฮลิคอปเตอร์ ที่จอดอยู่บนลานใกล้สนามขี่ม้า ถูกสตาร์ทเครื่องเสียงดัง ม้าที่เธอขี่อยู่ตื่นตระหนกอย่างรุนแรง ขาหน้าทั้งสอง ยกขึ้นตะกุยตะกายไปในอากาศ เมื่อประสานเข้ากับ หงษ์ ที่นั่งบนม้าอย่างมั่นคง และดวงอาทิตย์ที่เริ่มอวด ตัวเผยโฉม อยู่เบื้องหลัง...ถ้าท่านได้เห็นภาพนั้น เหมือนผมและเพื่อนๆ ต้องชมเปาะ ได้คำเดียวว่า แม่ง...โคตรเท่!!!

หลังจากที่ม้าของ หงษ์ วิ่งเตลิดไปจนสาแก่ใจมันแล้ว เมื่อเดินเหยาะกับมา เพื่อนๆกรูไปรับกันยกใหญ่ ใบหน้าของ หงษ์ สงบนิ่ง เฉี่อยชาไม่อนาทรร้อนใจ กับเรื่องใดๆในโลก(ซีดเหมือนไก่ต้มมากกว่า) เธอแย้มโอษฐ์ เอ่ยขึ้นเรียบๆว่า
เฮ้ย...เอาเราลงไปหน่อย นี่กลัวจนขยับไม่ได้อยู่แล้วเนี่ย มือกำบังเหียนแน่นจนเส้นเอ็นโปนขึ้นมา กับสองขาที่รัดม้าจนเป็นตะคริว โห...ท่าทางจะเก็บอาการน่าดู

นี่ล่ะครับ เจ๊หงษ์ หนึ่งในสตรีของชั้นปีที่น่าเลื่อมใส วินาทีที่คับขัน ห้วงแห่งความเป็นตาย...มันยังคงสวยอยู่
edit @ 2006/09/23 23:01:34
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เขียนได้ฮามากๆเลยค่ะ ชอบมากๆเลย
>\\\\<b
อ่านแล้วอยากลองขี่ม้าดูมั่งเหมือนกันนะเนี่ย- -b
#1  by  Sysc`est At 2006-09-23 23:15, 
แหะๆ เขียนน่าสนใจคับ

แต่เรียนขี่ม้านี่แพงจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าคณะจะลงทุนอย่างนี้

ส่วนม้า ไม่เคยนั่ง แต่คงจะทุลักทุเลน่าดู - -
#2  by  ~กวงคุง~ watashi wa HS-TAC desu At 2006-09-23 23:30, 
รู้สึกอยากเรียนขี่ม้าตะหงิตๆเลยแหละขอรับ>w<b+
#3  by  saya chan At 2006-09-24 09:19, 
ฮ่าๆๆ ฮาดีจังเลยค่ะ

ขอแอดน๊าคะ

ปล. ชอบรูปภาพอ่ะ
#4  by   At 2006-09-24 17:36, 
อ๋า น่ารักจังเลย เพิ่งรู้ว่าม้าชอบหม่ำน้ำตาลก้อน
ปล.เสียใจ เสียใจ ที่เรามาเจอบล็อกนี้ช้าไป
#5  by  No-R..จมกองเลือด -___- At 2007-07-17 00:40, 
พี่คะ ได้โปรดมาอัพบล็อกเถอะนะคะ น้องเป็นห่วงไม่รู้ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดี ยังไง น้องอยากฟังเร่องของพี่อีก มาอัพเถอะนะคะ
#6  by  Love~Classic At 2007-08-16 20:06, 
สัตวแพทย์นี่มีเรียนขี่ม้าทุกมหาลัยป่าวคะ
#7  by  THE mOd At 2008-01-29 21:18, 
อยากทราบที่มาของคำว่า ฟ้าหม่น อ่ะ
#8  by  1 (202.28.181.200) At 2008-06-18 16:29, 

<< Home